ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2569 รัฐบาลได้ตัดสินใจนำกฎหมายพิเศษอายุ 53 ปี อย่าง พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อควบคุมราคาน้ำมันที่ต้นทางคือโรงกลั่น
ปัจจัยสำคัญมาจาก “ค่าการกลั่น” ที่พุ่งสูงผิดปกติ โดยในเดือนเมษายน 2569 แตะระดับประมาณ 15.99 บาทต่อลิตร ขณะที่ค่าเฉลี่ยในเดือนมีนาคมอยู่ที่ราว 6 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และสร้างภาระต่อประชาชน
ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งการได้อย่างฉับพลัน ครอบคลุมทั้งการควบคุมการผลิต การจำหน่าย และการขนส่งน้ำมัน รวมถึงสามารถแทรกแซงพลังงานด้านอื่น จำกัดการใช้ หรือแม้แต่กำหนดโควตาการใช้น้ำมันในกรณีวิกฤตรุนแรง
ล่าสุด คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายดังกล่าว สั่งให้โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าปั๊มลดลงประมาณ 2.14 บาทต่อลิตร
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นกฎหมายพิเศษ ผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งอาจถูกลงโทษอย่างรุนแรง โดยมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การนำกฎหมายฉบับนี้กลับมาใช้สะท้อนถึงความแตกต่างของวิกฤตพลังงานในอดีตและปัจจุบัน โดยในปี 2516 ประเทศไทยเผชิญภาวะ “น้ำมันขาดแคลน” แต่ในปี 2569 กลับเป็นวิกฤต “น้ำมันแพง” ที่มีสินค้าเพียงพอ แต่ราคาสูงเกินไป
การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงนับเป็นหนึ่งในมาตรการแทรกแซงตลาดพลังงานครั้งสำคัญของรัฐบาล เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่ราคาพลังงานยังคงผันผวน
Cr. springnews


