ค่าไฟแพงไม่ไหว! รู้จัก “โซลาร์เซลล์” ทางเลือกประหยัดพลังงานสำหรับบ้านยุคใหม่

ในช่วงที่ค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งปัจจัยด้านพลังงานโลกและสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้หลายครัวเรือนเริ่มมองหาวิธีลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว หนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นคือการติดตั้ง “โซลาร์เซลล์” หรือระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

โซลาร์เซลล์แบบที่นิยมติดตั้งในบ้านเรียกว่า “โซลาร์รูฟท็อป” ซึ่งเป็นการติดตั้งแผงรับแสงบนหลังคา เพื่อเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไฟฟ้าสำหรับใช้งานภายในบ้าน โดยระบบจะผลิตไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และแปลงเป็นกระแสสลับ (AC) ผ่านอินเวอร์เตอร์ก่อนนำไปใช้งาน

การติดตั้งโซลาร์เซลล์แบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก ได้แก่ Off Grid และ On Grid โดยระบบ Off Grid จะไม่เชื่อมต่อกับการไฟฟ้า เหมาะกับพื้นที่ห่างไกล และไม่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงาน ส่วนระบบ On Grid เป็นแบบที่ใช้กันในบ้านทั่วไป เชื่อมต่อกับไฟฟ้าของการไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องขออนุญาตก่อนติดตั้ง

สำหรับระบบ On Grid ยังแบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบใช้ไฟเอง (ไม่ขายไฟ) และแบบขายไฟคืนเข้าสู่ระบบ ซึ่งแบบขายไฟจะต้องเปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบดิจิทัลเพื่อแยกการใช้ไฟและการขายไฟอย่างชัดเจน

ในด้านขนาดการติดตั้ง ควรพิจารณาจากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า โดยทั่วไปแนะนำให้ติดตั้งประมาณ 50% ของค่าไฟ เนื่องจากโซลาร์เซลล์ผลิตไฟได้ในช่วงเวลากลางวันเป็นหลัก หากต้องการใช้ไฟในช่วงกลางคืน จำเป็นต้องมีระบบแบตเตอรี่สำหรับกักเก็บพลังงาน ซึ่งจะเพิ่มต้นทุน

ความคุ้มค่าของโซลาร์เซลล์ขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นสำคัญ หากบ้านมีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันมาก ก็จะช่วยประหยัดค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากผลิตไฟฟ้าแล้วเหลือและนำไปขายคืน จะได้รับผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ

โดยสรุป โซลาร์เซลล์เป็นทางเลือกที่ช่วยลดค่าไฟในระยะยาวได้จริง แต่ก่อนติดตั้งควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน และเลือกขนาดระบบให้เหมาะสมกับการใช้ไฟของบ้าน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

Cr thaipbs