รัฐคุม “เม็ดพลาสติก” รับมือวิกฤตโลก ดันรีไซเคิล-ตั้งทีมเฉพาะกิจดูแลทั้งระบบ

รัฐบาลเดินหน้ารับมือความผันผวนของตลาดโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบสำคัญ ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมได้หารือแนวทางบริหารจัดการ “เม็ดพลาสติก” หลังประกาศให้เป็นสินค้าควบคุม เพื่อดูแลต้นทุนและราคาสินค้าในประเทศ

เม็ดพลาสติกถือเป็นวัตถุดิบต้นทางของอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร เวชภัณฑ์ และสินค้าอุปโภคบริโภค รัฐจึงกำหนดมาตรการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเน้น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การกำหนดสินค้าเป้าหมายเพื่อดูแลสินค้าจำเป็น การลดการใช้พลาสติกผ่านการใช้วัสดุทดแทนและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการผลักดันด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะการเพิ่มอัตราการรีไซเคิล

ปัจจุบันประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณ 2.7 ล้านตันต่อปี แต่สามารถรีไซเคิลได้เพียง 20–25% เท่านั้น ทำให้การพัฒนาระบบคัดแยกและการนำกลับมาใช้ใหม่เป็นประเด็นเร่งด่วนควบคู่กับการปรับพฤติกรรมผู้บริโภค

ในระยะต่อไป ภาครัฐเตรียมจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมผนึกกำลังภาคเอกชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมี จัดตั้งกลไกเฉพาะกิจ (Task Force) เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง รวมถึงป้องกันการกักตุนสินค้าและดูแลให้สินค้าจำเป็นมีเพียงพอในราคาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ปัจจัยบวกจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ เช่น การหยุดยิงชั่วคราวในตะวันออกกลาง อาจช่วยบรรเทาความตึงตัวด้านต้นทุนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและใช้โอกาสนี้ในการยกระดับอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

Cr. nationtv.tv